<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6570196735297799669</id><updated>2012-02-20T21:27:47.470-08:00</updated><category term='น้ำส้มสายชูหมักจากอ้อย'/><category term='Sugar cane vinegar'/><title type='text'>Sugar cane vinegar</title><subtitle type='html'>Sugar cane vinegar</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://sugarcanevinegar.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6570196735297799669/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sugarcanevinegar.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Tayai Shop</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05296202096110237014</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>2</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6570196735297799669.post-2001488907614352058</id><published>2011-10-27T07:47:00.000-07:00</published><updated>2011-11-27T08:55:30.560-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='น้ำส้มสายชูหมักจากอ้อย'/><title type='text'>น้ำส้มสายชูหมักจากอ้อย</title><content type='html'>ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูหมักจากอ้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-&amp;nbsp; ช่วยกำจัดกรด แลคติค (lactic) และเป็นผู้ช่วยชั้นเยี่ยมของตับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป ร่างกายจะทำการย่อยเพื่อเปลี่ยนแป้งเป็นกลูโคส โปรตีนก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นกรดอมิโนอีก 20 ชนิด ไขมันจะถูกเปลี่ยนไปเป็นกลีเซอรรีนและกรดไขมัน อาหารต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะถูกเผาผลาญและเปลี่ยนไปเป็นสาร ที่เรา เรียกว่า ATP (Adenocine triphosphate) ซึ่งให้พลังงานออกมาในรูปของความร้อน&amp;nbsp; บางส่วนก็นำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายเมื่อร่างกายต้องการเช่น โปรตีน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาหารเกือบทั้งหมดที่เรารับประทานจะถูกเปลี่ยนเป็นกรด 8 ชนิดและจะถูกลดปริมาณลงในรูปของการเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน (ATP)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะเกิดขึ้นและถูกขับออกโดยกระบวนการหายใจออก น้ำก็จะถูกขับออกมาในรูปของปัสสาวะและเหงื่อ&lt;br /&gt;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;และถ้ากรดทั้ง 8 ทำงาน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ กระบวนการทั้งหมดที่ได้อธิบายมาก็จะไม่เกิดกรด ไพโรราสมิค (Pyroracemic หรือ ไพรูวิค(Pyruvic) และกรดแลคตริค&amp;nbsp; และความเมื่อยล้าอ่อนเพลียและปวดตามกล้ามเนื้อก็จะไม่เกิด กล้ามเนื้อของเราก็จะนิ่มไม่แข็งเกร็ง โลหิตก็จะมีฤทธิเป็นด่าง ปัสสาวะก็จะใสขึ้นแน่นอนที่สุดก็จะมีฤทธิเป็นด่างด้วย มีความสดชื่นและตื่นตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในทางตรงกันข้าม หากเราทำงานหนัก ทั้งทางกายและทางใจ หรืออาหารที่เรารับประทานเข้าไปแย่สุด ๆ ก็จะทำให้กระบวนการที่กล่าวมาไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้เกิดกรดแลคติค&amp;nbsp; กรดนี้จะสะสมในกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดความเจ็บปวดและเมื่อยล้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากกรดแลคติคสะสมในกล้ามเนื้อ ประมาณ 0.24-0.40% ของของเหลวในร่างกายเรา เราจะรู้สึกอ่อนเพลียหรือเหนื่อยทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตอบสนองของร่างกายจะช้าลง บางทีอาจทำให้ทำงานผิดพลาดหรือไม่ก็อุบัติเหตุ หากปล่อยให้มีการสะสมของกรดแลคติคมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางรายถึงกับเกร็งหรือเป็นตะคริวทำให้ประสาทชา หรืออัมพาตได้ หรืออาจปวดต้นคอหรือไหล่ ทั้งหลายทั้งปวงเปล่านี้เกิดจากกรดแลคติคสะสมในร่างกายทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาวะที่เลือดมีกรดแลคติค จะทำให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวข้าลง ทำให้เกิดภาวะเบื่อหน่ายน่ารำคาญ&amp;nbsp; โมโหง่ายหรือฉุนเฉียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นยิ่งเป็นการเพิ่มปัญหาบนปัญหาเข้ามาอีกต่อหนึ่ง ภาวะนี้ร่างกายก็จะเสี่ยงต่อเชื้อโรคต่าง ๆ ความเจ็บป่วย ทางแก้ก็มีอยู่ 2 ทางคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.&amp;nbsp; ทางใจ ต้องฝึกจิตให้สามารถจัดการต้นเหตุที่กล่าวมา ซึ่งโดยปกติแล้ว พระสงฆ์หรือผู้ที่ฝึกสมาธิขั้นสูงเท่านั้นที่จะสามารถทำได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.&amp;nbsp; การดื่มน้ำสัมสายชูหมัก เพื่อทำให้ภาวะเลือดเป็นกรดหายไปหรือมีภาวะความเป็นด่างมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-&amp;nbsp; ทำให้หายเครียด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเครียดคือความผิดปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา ความหมาย ที่แท้จริงกินความกว้างกว่านี้มากนัก รวมไปถึงสิ่งต่าง ๆ ที่มีผลกระทบทำให้เรา เกิดความเครียด เช่น ร้อน หนาว เหนื่อย อาหารและรวมไปถึงความกังวลและเจ็บป่วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากปล่อยให้ความเครียดเข้าครอบงำ ผลร้ายก็เกิดตามมา บางรายถึงกับล้มป่วย หรือเป็นโรคร้าย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลไกที่ทำให้เกิดความเครียด ถูกค้นพบโดย ดร.ฮาน นักวิทยาศาสตร์ รางวัลโนเบลชาวแคนาดา โดยการค้นพบฮอร์โมน ACH และการทำงาน ของต่อมหมวกไต ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ACH ประกอบไปด้วย 3 พวกใหญ่ ๆ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-&amp;nbsp; ฮอร์โมนควบคุมการเผาผลาญอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-&amp;nbsp; ฮอร์โมนควบคุมปริมาณน้ำและเกลือแร่ในเลือด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-&amp;nbsp; ฮอร์โมนเพศ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งทั้งสามพวกนี้เรียกรวมกันว่า ACH ฮอร์โมน ซึ่งถ้าไม่ปรกติ ท่านก็คงนึกออกว่าจะมีผลอย่างไร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-&amp;nbsp; ฮอร์โมนควบคุม การเผาผลาญอาหาร ถ้าไม่ปกติ ก็จะเป็นแบบประเภท คนที่กินอาหารน้อย แต่อ้วนง่าย หรือไม่ก็ คนที่กินอาหารมาก แต่กลับผอมแห้งแรงน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-&amp;nbsp; ถ้าฮอร์โมนควบคุม ปริมาณน้ำและเกลือแร่ในเลือด บกพร่อง ก็จะก่อให้เกิดโรคเลือดตามมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-&amp;nbsp; ฮอร์โมนเพศไม่ปกติ คุณผู้ชายหลายท่านคงอยากหนีไปบวช คิดว่าท่านคงจินตนาการได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากปล่อยให้ความเครียดเกิดขึ้นนานเกินไป หรือ ACH ฮอร์โมน หลั่งน้อยเกินไป เราอาจแพ้ต่อความเครียด บางทีถึงขั้นล้มป่วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นเราต้องหาทางป้องกันความเครียดหรือกำจัดความเครียด ง่าย ๆ ก็โดยการพักผ่อน หรือนอนหลับ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือกำจัดโดยกระตุ้นต่อมหมวกไตให้หลั่งฮอร์โมน โดยการดื่มน้ำสัมสายชูหมัก หรือกินอาหารที่มีประโยชน์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางท่านถึงกับสรุปว่า ACH ฮอร์โมน ได้มาจากน้ำสัมสายชูหมัก ซึ่งเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่ ดร.ฮาน ได้รับเกียรติอันสูงสุดในการค้นพบครั้งนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-&amp;nbsp; ทำให้ปริมาณคลอเลสเตอรอลลดลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-คลอเลสเตอรอล สิ่งที่คุณไม่ควรเกลียดและกลัวเมื่อคุณดื่มน้ำส้มสายชูหมักเป็นประจำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-โรคหลอดเลือดแข็งตัวเป็นโรคที่ร้ายแรง รักษายากมาก หลายคนกลัวมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทราบถึงต้นตอและสาเหตุ คือ “คลอเลสเตอรอล” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั่วโลกประโคมจนทำให้เราทั้งเกลียดทั้งกลัวคลอเลสเตอรอล ร่างกายของเรามีคลอเลสเตอรอลจำนวนมาก มีบทบาทและความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระแสเลือดอย่างที่คุณคิดไม่ถึง เช่น เมื่อเราตกอยู่ภาวะอันตราย คลอเลสเตอรอล จะนำ ACH ฮอร์โมน ไปยังที่หมายทันทีทันใด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อใดที่คุณต้องการความแข็งแรง &lt;span style="font-family: Arial, Helvetica, sans-serif;"&gt;Hormone&lt;/span&gt; เพศก็จะถูกส่งไปในที่ที่ธรรมชาติต้องการ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่มีคลอเลสเตอรอลต่ำกว่าเกณฑ์ ปกติก็จะไม่สดชื่นเบื่อโลก ห่อเหี่ยว และที่สำคัญ อาจบกพร่องทางเพศเนื่องจาก ร่างกายเราเคลื่อนย้ายฮอร์โมนทั้งหลายผ่านคลอเลสเตอรอล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศจ.โตกิโอ ชิมาโมโต เผยแพร่งานวิจัยถึงปัญหาหลอดเลือดแข็งตัว ทำให้ทั่วโลกสนใจเป็นอย่างยิ่ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาได้ค้นพบว่า หากมีการหลั่งแอนดีนาลีน &lt;span style="font-family: Arial, Helvetica, sans-serif;"&gt;(Andrenaline)&lt;/span&gt; จากอาการโมโหสุดขีด กังวล เย็นจัด หรือเมื่อเราต้องการใช้คลอเลสเตอรอล เป็นพาหะเคลื่อนย้ายฮอร์โมน บ่อยเกินไปผ่านหลอดเลือด ก็จะทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเรากำจัด ต้นเหตุของการหลั่งฮอร์โมนชนิดนี้ได้ ความเครียดก็จะลด ความเสี่ยงก็จะลดลงได้มาก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่สำคัญมากที่สุด ก็คือการควบคุม คลอเลสเตอรอลไม่ให้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งการดื่มน้ำส้มสายชูหมักเป็นประจำจะทำให้ปริมาณคลอเลสเตอรอลลดลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยกระบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นกรดต่างๆและเข้าสู่วัฎจักรซิตริค &lt;span style="font-family: Arial, Helvetica, sans-serif;"&gt;(Citric cycle)&lt;/span&gt; ที่สมบูรณ์แบบตามการค้นพบของ ดร.เครบ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ซึ่งจะทำให้ตับทำงานน้อยลง ประสิทธิภาพของตับสูงขี้นเมื่อตรวจเลือด ซึ่งจะทำให้ตับ ซึ่งเป็นอวัยวะผลิตคลอเลสเตอรอล ส่วนใหญ่ของร่างกาย ผลิตคลอเลสเตอรอลที่ปกติ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งพวกเราส่วนใหญ่เข้าใจผิดคิดว่า เป็นเพราะทานไขมันมากไป ซึ่งอาจถูกสำหรับ บางคนเท่านั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับคลอเลสเตอรอลเกินควรอย่างยิ่ง ที่จะต้องตรวจประสิทธิภาพของตับ เมื่อไปตรวจโรคทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การดื่มน้ำส้มสายชูหมักจะไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย โรคกระเพาะ และจุกเสียด&lt;span style="font-family: Arial, Helvetica, sans-serif;"&gt; (heartburn)&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีการค้นพบว่าอาการจุกเสียดไม่ได้มีสาเหตุมาจากการหลั่งน้ำย่อยมากเสมอไป คนป่วยที่มีการหลั่งน้ำย่อยต่ำ หรือ บางรายผ่าตัดกระเพาะทิ้งแล้วยังมีอาการเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางรายดื่มน้ำทีมีฤทธิเป็นด่างหรือดื่มน้ำมากๆ ก็ยังคงมีอาการ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การใช้ชีวิตที่รีบเร่ง ทั้งกินและดื่มล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของ อาการจุกเสียดทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากคุณมีอาการกระเพาะเป็นแผลอยู่แล้วให้คุณดื่มน้ำส้มสายชูหมักนี้ทีละน้อยก่อน แล้วสังเกตุอาการและค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้นทีละน้อย อย่างช้าๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีสังเกต อาการเป็นแผลในกระเพาะ คุณจะปวดภายหลังจากคุณรับประทานอาหารไปแล้วครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้า คุณปวดก่อนมื้ออาหาร ส่วนใหญ่แล้วจะมีแผลหรืออักเสบในลำใส้เล็กส่วนต้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วทำไมต้องดื่มน้ำส้มสายชูหมัก ทั้งๆที่ น้ำย่อยของเรามีกรดไฮโดรคลอริคอยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สาเหตุเนื่องมาจากกรดอะซิติค ในน้ำส้มสายชูหมักทำให้ ระบบประสาทอัตโนมัติต่างๆ กลับมาทำงานเป็นปรกติอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งระบบประสาทอัตโนมัติเหล่านี้นี่แหละที่เป็นต้นเหตุ ทำให้เกิดการหลั่งน้ำย่อยมากผิดปกติและผิดเวลาทำให้เกิดแผลในกระเพาะ และทีพบบ่อยมากที่สุด ก็คือความเครียด เป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติรวนเรหมด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(หากท่านมีอาการโรคกระเพาะลำไส้มากอยู่ก่อนแล้วควรอยู่ภายใต้การดูแลจากหมอเอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาแผลให้ทุเลาก่อน) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีนี้สำหรับผู้ที่มีอาการเป็นๆหายๆ น่ารำคาญซึ่งส่วนใหญ่ จะรักษาที่ปลายเหตุ เช่นทานยาเคลือบกระเพาะ ควบคุมอาหารรสจัดทุกชนิด&lt;br /&gt;คนเราเมื่อแก่ตัวลงทำไมต้องการแคลเซียมมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ง่ายๆก็เพราะว่าร่างกายของคนแก่ดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลงทั้งๆที่ก็กินอาหารที่มีแคลเซียมสูงกว่าเดิมอีก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วกลไกอะไรที่ทำให้การดูดซึมหย่อนประสิทธิภาพลง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความลับก็คือ คนแก่น้ำย่อยจะลดลง ความเป็นกรดที่มีความจำเป็นต่อแคลเซียมก็ลดลง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนำซ้ำตับอ่อนก็หลั่งโซเดียมไบคาร์บอเนตไปที่ลำใส้เล็ก ส่วนต้นและตอนบน ซึ่งมีฤทธิเป็นด่าง ทำให้แคลเซียม จับตัวกันเป็นโมเลกุลที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ไม่สามารถแทรกซึมผ่านผนังลำใส้เล็กดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้และจะถูกขับถ่ายทิ้งทางทวารอย่างน่าเสียดาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนแก่จึงมักจะขาดแคลเซียมโดยปริยาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่น่าสงสารมากเข้าไปอีกก็คือ วิตามิน ซี และ บี 1 ที่มีประโยชน์ ก็ถูกด่างในลำใส้เล็กตอนต้นทำลายไปด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น น้ำส้มสายชูหมักจึงเปรียบเป็น โอสถทิพย์ของคนในวัยชราที่ต้องการให้ระบบการหลั่งน้ำย่อยเป็นปรกติที่สุด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่สงสัยเลยว่า ทำไมชาวญี่ปุ่นจีงนิยมดื่มน้ำส้มสายชูหมักกันมากและมีอายุยืนยาวมากกว่าร้อยปี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุป การดื่มน้ำส้มสายชูหมักเป็นประจำก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายสุดคณานับ ทำให้เลือดมีสภาวะเป็นด่างหรือ pH ที่ 7.4 มีสีแดง เหมาะมากสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดและหัวใจ ซึ่งโดยปกติแล้วคนไข้ในกลุ่มนี้จะมีออกซิเจนในเลือดต่ำ มีกรดแลคติค สะสมในเลือดสูง ทำให้เลือดเป็นสีดำหนืด อาการอ่อนเพลียเมื่อยล้า เหนื่อยง่าย ก็จะตามมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การดื่มน้ำส้มสายชูหมักเป็นประจำ ปัสสาวะก็จะใสขึ้นและเป็นด่าง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณของผู้ที่มีสุขภาพดีเลิศ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกเหนือจากนี้ สำหรับผู้ที่มีความจำเป็น ต้องทำงานหนักตรากตรำ การดื่มน้ำส้มสายชูหมักเป็นประจำ จะช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น หายจากอาการอ่อนเพลียได้อย่างรวดเร็ว ไม่เหนื่อยง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผู้ที่มีภาวะเครียด เมื่อดื่มน้ำส้มสายชูหมักแล้ว จะทำให้ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตทำงานปกติ กำจัดความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าดื่มหลังอาหารเย็นจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายหลับง่ายและลึก ซึ่งเป็นสรรพคุณเบื้องต้นของการดื่มน้ำส้มสายชูหมักที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายรายที่ดื่มทำให้หายจากสารพัดโรคที่เกี่ยวเนื่องมาจากปัญหาการนอนไม่หลับ ทำให้หลายท่านที่ได้ทดลองดื่มถึงกับเรียกว่า ยามหัศจรรย์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องดื่มน้ำส้มสายชูหมักนี้ ไม่ใช่ยาแต่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพต่อร่างกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ทุกชนิดมีสรรพคุณและคุณสมบัติคล้ายๆกัน ยกเว้น &lt;span style="color: red;"&gt;น้ำส้มสายชูหมักจากน้ำอ้อยบริสุทธิ&lt;/span&gt; เท่านั้นที่&lt;span style="color: red;"&gt;ไม่มีโซเดียม&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จึงปลอดภัยต่อผู้ที่มีภาวะความดันสูง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จึงเป็นสาเหตุที่ชาวญี่ปุ่นนิยมดื่มเฉพาะที่หมักหรือทำมาจาก มาจากน้ำอ้อยบริสุทธิเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นที่รู้จักกันดีในทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นหนึ่งในอาหารธรรมชาติที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและชีวิตที่ยืนยาว ที่เป็นเช่นนี้เพราะน้ำส้มสายชูหมักมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเยื่อ ผิวหนังและเป็นสารอาหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่สำคัญของเซลล์ในร่างกายมนุษย์ ทำให้เส้นเลือดแดงมีความยืดหยุ่น อีกทั้งยังเป็นตัวสำคัญในการต่อสู้กับแบคทีเรีย ไวรัส โดยเฉพาะคนที่ขาดสารโพแทสเซียม ซึ่งมักจะมีอาการปวดเมื่อยกระดูกและกล้ามเนื้อ เจ็บบริเวณหลังส่วนกลาง หากแอ่นตัวไปข้างหลังหรือก้มหน้า จะรู้สึกหน้ามืดและมึนงง ตื่นนอนตอนเช้ารู้สึกมึนศีรษะ ผิวหนังรอบดวงตาเหี่ยวย่นก่อนวัย มือเท้าเย็นในบางครั้ง และอาจเป็นตะคริว คันหนังศีรษะ มีรังแค ผมเริ่มบางและศีรษะล้านก่อนวัยอันควร และรู้สึกเหนื่อยง่าย น้ำส้มสายชูหมักสามารถช่วยบำบัดอาการที่เกิดขึ้นได้โดย ดื่มวันละ 3 ครั้ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*** สรุปประโยชน์ของน้ำส้มสายชูหมักจากอ้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.&amp;nbsp; ช่วยชะลอความแก่ ปรับสมดุลในร่างกาย กำจัดพิษในร่างกาย &lt;span style="font-family: Arial, Helvetica, sans-serif;"&gt;(Detox)&lt;/span&gt; บรรเทาอาการปวดหัว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.&amp;nbsp; ช่วยการทำงานของหัวใจ ช่วยปรับระดับกรดและด่างในร่างกายให้อยู่ในระดับสมดุล &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.&amp;nbsp; ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ บรรเทาอาการปวดข้อและโรคเกาต์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.&amp;nbsp; ช่วยกำจัดนิ่วในไตและในถุงน้ำดี บำรุงสายตา และช่วยให้ระบบปัสสาวะเป็นปกติ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.&amp;nbsp; แก้ปัญหาเรื่องระบบการย่อยอาหารและการดูดซึมอาหาร&amp;nbsp; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.&amp;nbsp; ช่วยรักษาโรคทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.&amp;nbsp; ช่วยรักษาอาการเจ็บคอ คันคอ และขับพิษออกจากคอ&amp;nbsp; กลั้วคอทุกครึ่งชั่วโมง สำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีอยู่แล้วก็ควรจะกลั้วคอ 1-2 ครั้งต่ออาทิตย์ เพื่อล้างพิษออกจากร่างกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.&amp;nbsp; ช่วยบรรเทาอาการอาหารไซนัส ปวดหัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9.&amp;nbsp; ช่วยป้องกันอาการผมแห้ง หนังศรีษะมัน ผมร่วง และรังแค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10.&amp;nbsp; ช่วยบรรเทาอาการอาหารเป็นพิษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11.&amp;nbsp; ช่วยให้ร่างกายใช้ประโยชน์จากแคลเซียมและธาตุเหล็กได้ดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.&amp;nbsp; ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายให้เป็นปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สนใจสั่งซื้อ&lt;a href="http://www.tayaishop.com/2011/09/blog-post_15.html" target="_blank"&gt;น้ำส้มสายชูหมักจากอ้อย&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ติดต่อได้ &lt;span style="color: red; font-size: x-large;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;a href="http://addty.blogspot.com/" target="_blank"&gt;ที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6570196735297799669-2001488907614352058?l=sugarcanevinegar.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6570196735297799669/posts/default/2001488907614352058'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6570196735297799669/posts/default/2001488907614352058'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sugarcanevinegar.blogspot.com/2011/10/blog-post.html' title='น้ำส้มสายชูหมักจากอ้อย'/><author><name>Tayai Shop</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05296202096110237014</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6570196735297799669.post-368014792302587166</id><published>2011-09-13T20:17:00.000-07:00</published><updated>2011-11-24T08:37:01.643-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sugar cane vinegar'/><title type='text'>Sugar cane vinegar</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family: Arial, Helvetica, sans-serif;"&gt;sugarcanevinegar.com&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family: Arial, Helvetica, sans-serif;"&gt;may be&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family: Arial, Helvetica, sans-serif;"&gt;for sale in reasonable price&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family: Arial;"&gt;&lt;a href="mailto:t88w88@gmail.com" target="_blank"&gt;Contact here&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6570196735297799669-368014792302587166?l=sugarcanevinegar.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6570196735297799669/posts/default/368014792302587166'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6570196735297799669/posts/default/368014792302587166'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sugarcanevinegar.blogspot.com/2011/09/sugar-cane-vinegar.html' title='Sugar cane vinegar'/><author><name>Tayai Shop</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05296202096110237014</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry></feed>
